Jönssonligan kommer tillbaka (2024) เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนอันหนาวเหน็บของกรุงสตอกโฮล์ม เมืองที่ไม่เคยหลับใหล และยังคงเต็มไปด้วยเงามืดของอาชญากรรมเก่า ๆ ที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้ว แต่แท้จริงมันเพียงรอเวลาที่จะฟื้นคืนมา “ซิกแคน ยอนส์สัน” (Sickan Jönsson) อดีตหัวหน้าแก๊งอาชญากรชื่อกระฉ่อน ถูกเล่าลือกันว่าหายตัวไปนานหลายปีหลังจากแผนการใหญ่ล้มเหลวในอดีต บางคนบอกว่าเขาถูกฆ่าไปแล้ว บางคนบอกว่าเขาหนีไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างแดน แต่ในความจริงแล้ว ซิกแคนใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่ในยุโรปตะวันออก นั่งเฝ้ารอวันที่เหมาะสมจะกลับมาแสดงฝีมืออีกครั้ง
วันหนึ่งเขาปรากฏตัวในสตอกโฮล์มอีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์ที่แก่ขึ้น แต่ดวงตายังเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม เขาเริ่มตามหาเพื่อนร่วมทีมเก่า ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ “ยอนส์สันลีกัน” กลายเป็นตำนาน
- แวนเฮเดน (Vanheden) นักต้มตุ๋นผู้มีเสน่ห์ที่ปัจจุบันกลายเป็นพ่อค้ารถมือสอง แต่ยังคงติดนิสัยเจ้าเล่ห์ ชอบพูดจาหลอกล่อ
- แฮร์รี่ (Harry) ช่างเทคนิคอัจฉริยะที่ตอนนี้ตกอับจนต้องรับงานซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเอาตัวรอด แต่ยังคงมีความรู้ทางวิศวกรรมเต็มเปี่ยม
- ดอริส (Doris) อดีตแฟนเก่าของแวนเฮเดน ผู้เคยเป็นคนกลางเชื่อมโยงการติดต่อหลายอย่าง เธอเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นหญิงสาววัยกลางคนที่เข้มแข็ง และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอาชญากรรมอีก
เมื่อทั้งสี่กลับมาพบกัน ความรู้สึกเก่า ๆ ก็หวนคืน บางคนลังเล บางคนยังเจ็บปวดกับความล้มเหลวในอดีต แต่ซิกแคนก็เอ่ยปากนำเสนอ “แผนการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” การขโมย โครงกระดูกทีเร็กซ์ทั้งตัวที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสตอกโฮล์ม
ซิกแคนอธิบายว่า มีนักธุรกิจผู้มั่งคั่งชื่อว่า วอลล์ เอนเบิร์ก (Wall Enberg) ผู้พร้อมจะจ่ายเงินกว่า 320 ล้านโครนสวีเดน เพื่อให้ได้ครอบครองโครงกระดูกทีเร็กซ์นี้ไปประดับในคฤหาสน์ส่วนตัว สำหรับเอนเบิร์ก นี่คือการแสดงอำนาจและรสนิยมสุดขั้ว ทุกคนตกใจที่ได้ยินจำนวนเงิน แต่ก็ยังสงสัยว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่ที่จะขโมยโครงกระดูกขนาดใหญ่โตกลางเมืองใหญ่ ซิกแคนยืนยันว่าเขามี “แผนที่ละเอียดที่สุด” ที่เคยคิดมา
ในอีกด้านหนึ่ง มีหญิงชรานักสืบตำรวจนามว่า ริกมอร์ เกรน (Rigmor Gren) เธอเป็นตำรวจสายสืบที่อุทิศชีวิตให้กับการไล่ล่าซิกแคนมาตลอดกว่า 30 ปี แต่ไม่เคยจับกุมเขาได้เลย ตอนนี้เธอกำลังจะเกษียณอายุในไม่กี่เดือน แต่เธอมี “ความฝันสุดท้าย” จับซิกแคนให้ได้ก่อนจะวางปืนและตรา เมื่อมีข่าวว่าซิกแคนกลับมา และพิพิธภัณฑ์กำลังจัดแสดงโครงกระดูกทีเร็กซ์อันล้ำค่า ริกมอร์เริ่มเชื่อมโยงจิ๊กซอว์ และมั่นใจว่า “นี่คือแผนการใหม่ของยอนส์สันลีกัน” เธอเริ่มสอดส่องทุกการเคลื่อนไหว ใช้ทีมตำรวจรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อในสัญชาตญาณของเธอ แต่เธอก็ยังเดินหน้าตามลำพัง
ทีมยอนส์สันเริ่มปฏิบัติการ แรกเริ่มพวกเขาสามารถหลอกล่อเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ได้อย่างแนบเนียน แวนเฮเดนปลอมตัวเป็นนักวิจัยเดนมาร์ก ดอริสใช้เสน่ห์และความฉลาดเจรจากับผู้จัดงาน แฮร์รี่ทำการแฮ็กระบบรักษาความปลอดภัยจนเกือบสมบูรณ์ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อระบบ AI ของพิพิธภัณฑ์มีระบบ “รีเซ็ตอัตโนมัติ” ทุก ๆ 12 ชั่วโมง ทำให้แฮร์รี่ต้องเฝ้าควบคุมตลอดเวลา และนั่นทำให้เขาเหนื่อยล้า ขณะเดียวกัน ริกมอร์ก็เริ่มเข้าใกล้กับความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในระหว่างการวางแผนครั้งใหญ่ เกิดการโต้เถียงขึ้น ดอริสเริ่มลังเล เพราะเธอไม่อยากกลับไปติดคุกอีกเหมือนในอดีต แวนเฮเดนเองก็เริ่มหวั่นใจ เพราะเขามีชีวิตใหม่ที่มั่นคงขึ้นแล้ว ทั้งคู่ตั้งคำถามว่า “ซิกแคนยังคุ้มค่าที่จะเดินตามอยู่หรือไม่?” ซิกแคนในตอนแรกโกรธ แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าเขาอาจเห็นแก่ตัวที่ดึงทุกคนกลับเข้ามา แต่ก็ยังยืนยันว่า “นี่จะเป็นงานสุดท้าย และจะเป็นตำนาน”
คืนวันโจรกรรมมาถึง ทีมยอนส์สันลงมืออย่างแม่นยำ พวกเขาปิดกล้องวงจรปิด ปลอมตัวเป็นทีมงานพิพิธภัณฑ์ และใช้เครนยกโครงกระดูกทีเร็กซ์ขนาดมหึมาอย่างชำนาญ ทุกอย่างเกือบสำเร็จ แต่ในจังหวะสำคัญ ริกมอร์ ก็มาถึง เธอนำทีมตำรวจล้อมพื้นที่ และประกาศให้ซิกแคนยอมมอบตัว ซิกแคนหันไปมองเพื่อน ๆ เหมือนจะยอมแพ้ แต่เขายิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “จำไว้นะ ถ้าทุกอย่างผิดพลาดแผนสำรองคือแผนจริงเสมอ” ทันใดนั้นกล่องบรรจุทีเร็กซ์ที่ถูกยกขึ้นกลับกลายเป็น “ตัวปลอม” เป็นเพียงเศษไม้และเหล็กที่ทำขึ้นเลียนแบบ ในขณะที่ทีเร็กซ์ตัวจริงได้ถูกลำเลียงออกจากพิพิธภัณฑ์ไปก่อนหน้านั้นแล้ว ผ่านเส้นทางลับที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อทีเร็กซ์ตัวจริงถูกส่งถึงเอนเบิร์ก ทุกอย่างดูเหมือนจะสมบูรณ์ แต่ทันใดนั้น เอนเบิร์กกลับหักหลัง เขาสั่งลูกน้องจัดการทีมยอนส์สัน เพื่อไม่ต้องจ่ายเงิน 320 ล้านโครน อย่างไรก็ตาม ซิกแคนที่คาดการณ์ไว้แล้ว จัดการเปลี่ยนโครงกระดูกจริงกับ “ของปลอมอีกชุด” ก่อนส่งมอบ ทำให้เอนเบิร์กได้รับเพียงซากเลียนแบบไร้ค่า ขณะเดียวกันริกมอร์ที่เกือบจะสิ้นหวังเพราะจับซิกแคนไม่ได้กลับได้รับโอกาส เธอและตำรวจบุกเข้าจับกุมเอนเบิร์กในข้อหาครอบครองวัตถุทางประวัติศาสตร์โดยผิดกฎหมาย และฟอกเงินจำนวนมหาศาล เธอไม่ได้จับซิกแคน แต่ก็ยังสามารถปิดคดีได้อย่างภาคภูมิ ทีเร็กซ์ตัวจริงถูกส่งกลับไปยังพิพิธภัณฑ์โดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด ทีมยอนส์สันหายตัวไปอีกครั้ง มีข่าวลือว่าพวกเขาแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากเอนเบิร์กมาได้ แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด ริกมอร์นั่งอยู่ในห้องทำงานเก่า ๆ มองดูแฟ้มคดีของซิกแคน เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดกับตัวเองว่า “แกยังคงเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม ไว้เจอกันใหม่ ซิกแคน” ภาพสุดท้ายของเรื่อง ปรากฏซิกแคนยืนอยู่บนตึกสูง มองลงไปยังเมืองสตอกโฮล์มที่สว่างไสว เขายกหมวกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างลึกลับ ทิ้งคำถามให้คนดูว่า “นี่คือจุดจบจริงหรือเพียงการเริ่มต้นอีกครั้ง?”
รูปแบบสไตล์หนังเรื่อง Jönssonligan kommer tillbaka (2024)
ถ้าพูดถึงรูปแบบสไตล์หนังเรื่อง Jönssonligan kommer tillbaka (2024) คอมเมดี้อาชญากรรม (Crime Comedy / Heist Comedy) ตัวหนังยังคงความเป็น “โจรกรรมแบบกวน ๆ” ตามเอกลักษณ์เดิมของ Jönssonligan ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของแผนการ แต่ใส่ความฮา เสียดสี และความเฟอะฟะของตัวละครประกอบเข้าไป ผสมผสานกับดราม่าเชิงมนุษย์ เล็กน้อย โดยเฉพาะการกลับมาพบกันของเพื่อนเก่าที่มีทั้งมิตรภาพ ความทรงจำ และความขัดแย้ง หนังไม่ได้มุ่งไปที่ความดาร์กหรือรุนแรง แต่เป็นโทนเบาสบายปนความซึ้ง คล้าย ๆ ว่า “ถึงแม้โลกเปลี่ยนไป แต่พวกเรายังเหมือนเดิม” มีการเสียดสีสังคม การ์ตูนล้อเลียนชนชั้น และการวิจารณ์ความโลภของมหาเศรษฐี (อย่าง วอลล์ เอนเบิร์ก) ในสไตล์ขบขัน
สรุปรีวิวหนังเรื่อง Jönssonligan kommer tillbaka (2024)
Jönssonligan kommer tillbaka (2024) เรื่องราวเริ่มขึ้นหลังจากห่างหายไปหลายปี ตำนานแก๊งยอนส์สัน ได้กลับมาบนจอใหญ่ในปี 2024 พร้อมแผนการโจรกรรมครั้งใหม่ที่ทั้งบ้าบิ่นและน่าตื่นเต้น กับภารกิจขโมย โครงกระดูกทีเร็กซ์ทั้งตัว จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสตอกโฮล์ม ซึ่งกลายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแก๊งในรอบหลายทศวรรษ การกลับมาของตัวละครหลักทั้งซิกแคน แวนเฮเดน แฮร์รี่ และดอริส ช่วยสร้างความรู้สึกคิดถึงแฟน ๆ รุ่นเก่าได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังปรับบุคลิกให้เข้ากับยุคสมัย ทำให้ดูร่วมสมัยและไม่ตกยุค





